หากกล่าวถึงวงการรถจักรยานยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคลาส 1,000 ซีซี ชื่อของ “Fireblade” หรือ “ดาบแห่งไฟ” จากค่ายปีกนก Honda ย่อมเป็นตำนานที่นักบิดทั่วโลกต่างให้การยอมรับ ล่าสุดทาง Honda BigBike ได้ทำการเปิดตัวโฉมอัปเกรดของซูเปอร์สปอร์ตเรือธงอย่าง New Honda CBR1000RR-R Fireblade SP (รุ่นปี 2024-2025) ที่ได้รับการถ่ายทอด DNA มาจากรถแข่ง MotoGP อย่าง RC213V แบบเต็มสายเลือด

การกลับมาครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับสีหรือเปลี่ยนสติกเกอร์ (Minor Change) แต่ฮอนด้าได้ทำการรื้อโครงสร้างและปรับปรุงชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ แชสซี ไปจนถึงระบบอากาศพลศาสตร์ใหม่แทบทั้งหมด เพื่อรีดเค้นสมรรถนะให้รถคันนี้เป็น “อาวุธ” ที่พร้อมลงหวดในสนามแข่งได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ในบทความนี้ เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Honda CBR1000RR-R SP โฉมล่าสุด ว่ามีอะไรที่ถูกพัฒนาขึ้นบ้าง สเปคทางเทคนิคจะดุดันแค่ไหน และราคาค่าตัวในประเทศไทยอยู่ที่เท่าไรครับ
ขุมพลังเครื่องยนต์ 4 สูบเรียง ปรับจูนใหม่ น้ำหนักเบาลง แต่ดุดันยิ่งขึ้น
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Honda CBR1000RR-R SP โฉมล่าสุดมีความโดดเด่นเหนือใคร คือการยกเครื่องยนต์ขนาด 999.9 ซีซี แบบ 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ มาทำการปรับปรุงชิ้นส่วนภายในใหม่แบบชุดใหญ่ (Engine Internal Upgrades) เป้าหมายหลักคือการลดแรงเฉื่อยและลดน้ำหนักของชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่ เพื่อให้เครื่องยนต์สามารถตอบสนองต่อคันเร่งได้รวดเร็วและจัดจ้านมากยิ่งขึ้นในทุกย่านความเร็วรอบ

รายละเอียดการอัปเกรดเครื่องยนต์ที่สำคัญ:
- เพิ่มกำลังอัด: มีการปรับดีไซน์หัวลูกสูบใหม่ให้นูนขึ้น ส่งผลให้อัตราส่วนกำลังอัดเพิ่มขึ้นจากเดิม 13.4:1 เป็น 13.6:1 ช่วยเพิ่มพละกำลังในช่วงรอบกลางถึงรอบปลายให้พุ่งทะยานได้ดีกว่าเดิม
- ลดน้ำหนักชิ้นส่วนภายใน: ฮอนด้าได้ทำการลดน้ำหนักก้านสูบไทเทเนียมลง 5 กรัมต่อก้าน ลดน้ำหนักเพลาข้อเหวี่ยง และปรับปรุงแคร้งเครื่องยนต์ใหม่ ส่งผลให้น้ำหนักรวมของเครื่องยนต์เบาลงถึง 450 กรัม
- ปรับองศาแคมชาฟท์: มีการปรับองศาของเพลาลูกเบี้ยว (Camshaft) ทั้งฝั่งไอดีและไอเสียให้สูงขึ้น พร้อมสปริงวาล์วแบบใหม่ เพื่อรองรับการทำงานในรอบเครื่องยนต์ที่สูงจัดได้อย่างเสถียร
- อัตราทดเกียร์ใหม่: มีการปรับอัตราทดเกียร์ทั้ง 6 สปีดให้ชิดขึ้น (Close-ratio) ช่วยให้รถมีอัตราเร่งที่ต่อเนื่อง ไม่มีอาการห้อยเมื่อต่อเกียร์ เหมาะสำหรับการขับขี่ในแทร็กที่ต้องการความต่อเนื่องของกำลัง
ด้วยการปรับปรุงทั้งหมดนี้ ส่งผลให้ขุมพลังบล็อกนี้สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 214.5 แรงม้า (HP) ที่ 14,000 รอบ/นาที และทำแรงบิดสูงสุดได้ 113 นิวตันเมตร ที่ 12,000 รอบ/นาที (สเปคยุโรป/Global) ถ่ายทอดกำลังผ่านชุดคลัตช์แบบ Assist & Slipper Clutch พร้อมท่อไอเสียไทเทเนียมจากสำนัก Akrapovic ที่ถูกออกแบบและปรับจูนเสียงมาให้เร้าใจตั้งแต่แกะกล่อง

การออกแบบและระบบอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) สไตล์ MotoGP
ภายนอกได้รับการปรับแต่งแฟริ่งใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์ให้ถึงขีดสุด สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือดีไซน์ของ Winglets (ปีกนก) บริเวณด้านหน้าแฟริ่งข้าง ที่ถูกออกแบบใหม่ให้มีความคล้ายคลึงกับรถแข่งในรายการ MotoGP
วิงก์เลตชุดใหม่นี้ไม่เพียงแต่เพิ่มความดุดันและสปอร์ตให้กับตัวรถ แต่ยังทำหน้าที่สร้างแรงกด (Downforce) ได้อย่างมหาศาลเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ช่วยลดอาการล้อหน้าลอย (Wheelie) ขณะเปิดคันเร่งออกจากโค้ง และเพิ่มเสถียรภาพในการเบรกอย่างหนักหน่วง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้มั่นใจและแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ แฟริ่งส่วนล่างยังถูกออกแบบให้ช่วยลดแรงต้านอากาศและช่วยระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย
การปรับสรีระศาสตร์ (Ergonomics): ฮอนด้าได้รับฟังเสียงตอบรับจากนักแข่งและผู้ใช้งาน จึงได้ทำการปรับตำแหน่งท่านั่งใหม่ให้ควบคุมรถได้ง่ายขึ้นและลดความเหนื่อยล้า โดยมีการยกตำแหน่งแฮนด์บาร์ให้สูงขึ้นเล็กน้อย และปรับตำแหน่งพักเท้าให้ต่ำลง ส่งผลให้ผู้ขับขี่สามารถจัดท่าทาง (Tuck-in) หลบลมหลังชิวหน้าได้มิดชิดขึ้น และพลิกรถเข้าโค้งได้อย่างเป็นธรรมชาติ
แชสซีและระบบกันสะเทือนระดับ World-Class
เพื่อรองรับพละกำลังที่มหาศาล Honda ได้ทำการปรับปรุงโครงสร้างเฟรมอลูมิเนียมแบบ Diamond Frame ใหม่ โดยมีการปรับความหนาของผนังเฟรมในบางจุด และลดน้ำหนักของเฟรมลงไปได้ถึง 1,100 กรัม รวมถึงการปรับความยืดหยุ่น (Rigidity) ของสวิงอาร์มหลัง เพื่อให้รถมีการบิดตัวที่เหมาะสมขณะแบนโค้ง มอบฟีลลิ่งการยึดเกาะถนนที่ดีเยี่ยม
ระบบกันสะเทือนปรับไฟฟ้าอัจฉริยะ (Electronic Suspension): ความพิเศษของรหัส “SP” คือการจัดเต็มระบบช่วงล่างจากแบรนด์ระดับโลกอย่าง Öhlins แบบปรับไฟฟ้าเจเนอเรชันล่าสุด
- โช้คอัพหน้า: เป็นแบบหัวกลับ (Upside Down) ขนาด 43 มม. รุ่น Öhlins NPX Smart EC 3.0 (Spool Valve) ที่สามารถควบคุมการยุบตัวและคืนตัวได้อย่างละเอียดและแม่นยำผ่านหน้าจอ
- โช้คอัพหลัง: โช้คเดี่ยวรุ่น Öhlins TTX36 Smart EC 3.0 ทำงานร่วมกับระบบกระเดื่อง Pro-Link
ระบบ Smart EC 3.0 นี้ มีฟังก์ชันพิเศษที่ให้ผู้ขับขี่สามารถป้อนค่าน้ำหนักตัวลงไปในหน้าจอเรือนไมล์ จากนั้นระบบคอมพิวเตอร์จะคำนวณและปรับตั้งค่าพรีโหลด (Preload) ให้เหมาะสมกับน้ำหนักผู้ขับขี่โดยอัตโนมัติ ถือเป็นเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและสะดวกสบายอย่างมาก
ระบบเบรกสุดโหดจาก Brembo: มั่นใจทุกจังหวะการหยุดรถด้วยระบบเบรกที่อัปเกรดใหม่ โดยด้านหน้าใช้คาลิปเปอร์เบรกแบบเรเดียลเมาท์ 4 ลูกสูบจาก Brembo รุ่น Stylema R (มีขีดสีแดงที่ตัวคาลิปเปอร์) ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่ช่วยระบายความร้อนได้ดีเยี่ยมแม้เบรกอย่างหนักหน่วงต่อเนื่อง ทำงานร่วมกับจานดิสก์คู่ขนาด 330 มม. ส่วนด้านหลังเป็นคาลิปเปอร์ Brembo 2 ลูกสูบ พร้อมระบบเบรก Cornering ABS ที่สั่งการผ่านเซ็นเซอร์ IMU แบบ 6 แกน
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ล้ำสมัย (Riding Electronics)
Honda CBR1000RR-R SP มาพร้อมกับหน้าจอแสดงผล TFT สี ขนาด 5 นิ้ว ที่มีการปรับปรุง Interface ใหม่ให้มองเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น และสามารถแสดงข้อมูลสถานะของตัวรถได้อย่างครบถ้วน ควบคุมการทำงานผ่านประกับสวิตช์ที่แฮนด์ฝั่งซ้าย รถคันนี้มาพร้อมระบบคันเร่งไฟฟ้า (Throttle by Wire) และเซ็นเซอร์ IMU 6 แกน จาก Bosch ที่คอยควบคุมระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ต่างๆ ดังนี้:
- Riding Modes: โหมดการขับขี่ที่สามารถตั้งค่าแยกย่อยได้อย่างละเอียด
- Power (P): ปรับระดับพละกำลังเครื่องยนต์ได้ 5 ระดับ
- HSTC (T): ระบบ Traction Control ป้องกันล้อหมุนฟรี ปรับได้ 9 ระดับ และปิดการทำงานได้
- Engine Brake (EB): ปรับแรงฉุดของเครื่องยนต์ได้ 3 ระดับ
- Wheelie Control (W): ระบบควบคุมล้อหน้ายก ปรับได้ 3 ระดับ
- Launch Control: ระบบช่วยออกตัวสำหรับในสนามแข่ง
- Quick Shifter: ระบบเปลี่ยนเกียร์โดยไม่ต้องกำคลัตช์ ทั้งขึ้นและลง (Up/Down) ปรับตั้งค่าความแข็ง-อ่อนของเซ็นเซอร์ได้
นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Honda Smart Key) เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน
ตารางเปรียบเทียบสเปคเครื่องยนต์ Honda CBR1000RR-R SP
| ข้อมูลทางเทคนิค (Technical Specs) | รายละเอียด (Details) |
| เครื่องยนต์ | 4 สูบเรียง DOHC 16 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 999.9 ซีซี |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 13.6 : 1 |
| พละกำลังสูงสุด | 214.5 แรงม้า ที่ 14,000 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 113 นิวตันเมตร ที่ 12,000 รอบ/นาที |
| ระบบเกียร์ | 6 สปีด พร้อม Quick Shifter (Up/Down) |
| ระบบกันสะเทือนหน้า | โช้คหัวกลับ Öhlins NPX Smart EC 3.0 ขนาด 43 มม. ปรับไฟฟ้า |
| ระบบกันสะเทือนหลัง | โช้คเดี่ยว Öhlins TTX36 Smart EC 3.0 ปรับไฟฟ้า |
| ระบบเบรกหน้า | ดิสก์คู่ 330 มม. / คาลิปเปอร์ Brembo Stylema R 4 Pot |
| ระบบเบรกหลัง | ดิสก์เดี่ยว 220 มม. / คาลิปเปอร์ Brembo 2 Pot |
| ความจุถังน้ำมัน | 16.5 ลิตร |
| น้ำหนักตัวรถ (Kerb Weight) | 201 กิโลกรัม |
| ความสูงเบาะนั่ง | 830 มิลลิเมตร |
อัปเดตราคาจำหน่าย Honda CBR1000RR-R SP ล่าสุดในประเทศไทย
สำหรับไบค์เกอร์ชาวไทยที่ต้องการครอบครองสุดยอดซูเปอร์สปอร์ตไบค์สายพันธุ์แชมป์คันนี้ ทาง Honda BigBike ประเทศไทย ได้เคาะราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ New Honda CBR1000RR-R Fireblade SP (โมเดลอัปเกรดล่าสุด) เอาไว้ดังนี้:
- ราคาแนะนำ: 1,165,000 บาท มาพร้อมสีสันที่สะท้อนความเป็นรถแข่งอย่างแท้จริงคือ สีไตรคัลเลอร์ (Grand Prix Red) ที่เป็นเอกลักษณ์ของทีมแข่ง HRC (Honda Racing Corporation)
(หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวอาจมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับโปรโมชั่นของทางตัวแทนจำหน่าย Honda BigWing ในแต่ละสาขา)
สรุป: ซูเปอร์ไบค์เรือธงคันนี้เหมาะกับใคร?
Honda CBR1000RR-R SP โฉมล่าสุด ไม่ใช่แค่มอเตอร์ไซค์สำหรับการขับขี่เดินทางทั่วไป แต่เป็นรถที่ถูกสร้างมาเพื่อ “ผู้ที่หลงใหลในความเร็วและต้องการสถิติเวลาต่อรอบ (Lap Time) ที่ดีที่สุด” หากคุณเป็นสาย Track Day ที่รักในการขับขี่ในสนามแข่ง หรือเป็นผู้ที่ชื่นชอบเทคโนโลยีระดับสุดยอดที่ถูกถ่ายทอดมาจากรถแข่ง MotoGP รถคันนี้จะตอบโจทย์คุณอย่างแน่นอน
ด้วยการอัปเกรดเครื่องยนต์ใหม่ให้ตอบสนองได้ดุดันขึ้น ระบบช่วงล่างไฟฟ้า Öhlins เจเนอเรชันที่ 3 ที่ฉลาดและแม่นยำกว่าเดิม รวมถึงวิงก์เลตดีไซน์ใหม่ที่ช่วยเพิ่มแรงกดได้อย่างมหาศาล ในราคา 1.13 ล้านบาท ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับของแต่งและเทคโนโลยีที่โรงงานยัดใส่มาให้แบบไม่ต้องไปทำอะไรเพิ่มอีกแล้ว เรียกว่าซื้อไปปุ๊บก็พร้อมนำไปลงสนามแข่งไล่ล่าโพเดียมได้เลยทันที!
รูปภาพเพิ่มเติม



ขอบคุณรูปภาพจาก
CR: thaihonda
ติดต่อโฆษณา >> คลิก




