หากจะกล่าวถึง “ราชาแห่งรถมอเตอร์ไซค์ทัวร์ริ่ง” หรือรถจักรยานยนต์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อการเดินทางไกลระดับข้ามทวีป ชื่อของ Honda Gold Wing ย่อมเป็นชื่อแรกที่ได้รับการยกย่องจากไบค์เกอร์ทั่วโลก นับตั้งแต่การถือกำเนิดครั้งแรกในปี ค.ศ. 1975 ในรหัส GL1000 รถรุ่นนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการมอเตอร์ไซค์ ทั้งในด้านความหรูหรา ความสะดวกสบาย และขุมพลังเครื่องยนต์ที่ราบรื่นราวกับนั่งอยู่บนโซฟาเคลื่อนที่

และในปีนี้ ถือเป็นวาระพิเศษที่ตำนานบทนี้ได้เดินทางมาครบรอบครึ่งศตวรรษ ทาง Thai Honda จึงได้นำเข้าสุดยอดบิ๊กไบค์รุ่นพิเศษ New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition เข้ามาวางจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้คอนเซปต์ “GO FLY ให้ทุกตำนานทะยานออกไป” การมาถึงของรุ่นฉลอง 50 ปีนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่ป้ายแปะบอกความพิเศษ แต่ยังพกพาสีสันสุดคลาสสิกที่ได้แรงบันดาลใจจากจุดเริ่มต้น ผสานเข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตแบบจัดเต็ม ในบทความนี้เราจะพาทุกท่านไปเจาะลึกสเปค ความพิเศษ และอัปเดตราคาล่าสุดของสุดยอดแกรนด์ทัวร์ริ่งคันนี้กันครับ
ความพิเศษระดับลิมิเต็ดของรุ่น 50th Anniversary Edition
ความแตกต่างที่ทำให้ Honda Goldwing 50th Anniversary ทรงคุณค่าและน่าสะสมมากกว่ารุ่นปกติ คือรายละเอียดการตกแต่งที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้โดยเฉพาะ ฮอนด้าได้ดึงเอาเอกลักษณ์อันโดดเด่นของตำนานรุ่นแรกอย่าง GL1000 กลับมาปัดฝุ่นใหม่ ผสมผสานเข้ากับเส้นสายที่ล้ำยุคของ Goldwing โฉมปัจจุบันได้อย่างลงตัว
- สีสันสุดพิเศษ (Exclusive Colors): มีให้เลือก 2 โทนสีที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์อันยาวนาน ได้แก่ สีแดง Bordeaux Red Metallic ที่ให้ความรู้สึกหรูหรา ภูมิฐาน และสีทอง Glamis Gold Metallic ที่ส่องประกายโดดเด่น สะกดทุกสายตาบนท้องถนน
- ตราสัญลักษณ์ 50 ปี (50th Anniversary Emblem): บริเวณคอนโซลหน้า แผงคอ และกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Key) จะได้รับการประทับตราสัญลักษณ์พิเศษสีทอง “50th Anniversary” เพื่อบ่งบอกถึงความเอ็กซ์คลูซีฟในทุกครั้งที่สายตามองเห็น
- เบาะนั่งตัดเย็บพิเศษ: เบาะนั่งหุ้มด้วยวัสดุหนังเกรดพรีเมียม พร้อมการเดินด้ายที่ประณีต ให้สัมผัสที่นุ่มนวลและลดความเมื่อยล้าได้อย่างดีเยี่ยมสำหรับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนท้าย
- ของขวัญพิเศษสำหรับนักสะสม (Collector’s Box Set): ผู้ที่ครอบครองรถรุ่นนี้จะได้รับชุดเฉลิมฉลองแบบครบเซ็ต ประกอบไปด้วย หนังสือครบรอบ 50 ปี (Anniversary Book) ที่รวบรวมประวัติศาสตร์ของรถตระกูลนี้, โมเดลรถจำลองตั้งโต๊ะ (Table Top Model) และกล่องแห่งความทรงจำ (Commemorative Box) ที่ทำขึ้นมาเฉพาะรุ่นฉลองครึ่งศตวรรษนี้เท่านั้น
ขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบแนวนอน 1,833 ซีซี ที่สุดแห่งความสมูท
หัวใจหลักที่ทำให้ Honda Goldwing แตกต่างและโดดเด่นเหนือรถทัวร์ริ่งค่ายอื่นๆ คือบล็อกเครื่องยนต์ที่ถูกวางในเลย์เอาต์เฉพาะตัว ขุมพลังเครื่องยนต์เป็นแบบ 6 สูบแนวนอน (Horizontally Opposed 6-cylinder) ขนาด 1,833 ซีซี SOHC 24 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ ซึ่งข้อดีของการวางลูกสูบนอนยันกันคือ การขจัดแรงสั่นสะเทือน (Vibration) ได้อย่างสมบูรณ์แบบ เครื่องยนต์ทำงานได้อย่างราบเรียบ นุ่มนวล และให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถที่ต่ำลงอย่างมาก (Low Center of Gravity) ทำให้แม้ตัวรถจะมีขนาดใหญ่และน้ำหนักมาก แต่กลับควบคุมและพลิกเลี้ยวได้อย่างเบามือเกินคาด
เครื่องยนต์บล็อกนี้ให้พละกำลังสูงสุดระดับ 126 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที และแรงบิดมหาศาลถึง 170 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์เพียง 4,500 รอบ/นาที ส่งผลให้การเร่งแซงขณะบรรทุกผู้โดยสารและสัมภาระเต็มพิกัดบนภูเขาสูงชันเป็นเรื่องที่ทำได้อย่างง่ายดายและมั่นใจ
ที่ขาดไม่ได้คือระบบส่งกำลังแบบอัจฉริยะ DCT (Dual Clutch Transmission) แบบ 7 สปีด เจเนอเรชันล่าสุด เอกสิทธิ์เฉพาะของฮอนด้า ที่สามารถสับเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ไร้รอยต่อ และมีความฉลาดในการเรียนรู้พฤติกรรมการขับขี่ พร้อมฟังก์ชันพิเศษที่มีประโยชน์มหาศาลสำหรับรถคันใหญ่ นั่นคือ Walking Mode (โหมดขับเคลื่อนด้วยความเร็วต่ำสำหรับการเดินหน้า) และ Reverse Mode (เกียร์ถอยหลัง) ที่สั่งงานด้วยระบบไฟฟ้า ช่วยให้การถอยจอดในพื้นที่แคบหรือลานจอดรถที่มีความลาดชันเป็นเรื่องง่ายนิดเดียว
ตารางเปรียบเทียบสเปคเครื่องยนต์ Honda Goldwing 50th Anniversary
| ข้อมูลจำเพาะทางเทคนิค (Technical Specs) | รายละเอียด (Details) |
| ประเภทเครื่องยนต์ | 4 จังหวะ 6 สูบแนวนอน SOHC 24 วาล์ว ระบายความร้อนด้วยน้ำ |
| ปริมาตรกระบอกสูบ | 1,833 ซีซี |
| ความกว้างกระบอกสูบ x ช่วงชัก | 73.0 x 73.0 มิลลิเมตร |
| อัตราส่วนกำลังอัด | 10.5 : 1 |
| พละกำลังสูงสุด | 126 แรงม้า (93 kW) ที่ 5,500 รอบ/นาที |
| แรงบิดสูงสุด | 170 นิวตันเมตร ที่ 4,500 รอบ/นาที |
| ระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิง | หัวฉีดอิเล็กทรอนิกส์ PGM-FI |
| ระบบส่งกำลัง | อัตโนมัติคลัตช์คู่ DCT 7 สปีด (มีเกียร์ถอยหลังและ Walking Mode) |
| ระบบขับเคลื่อนสุดท้าย | ขับเคลื่อนด้วยเพลา (Shaft Drive) |
| ระบบกันสะเทือนหน้า | แบบ Double Wishbone (ปีกนกคู่) |
| ระบบกันสะเทือนหลัง | โช้คอัพเดี่ยว Pro-Link ควบคุมการปรับตั้งด้วยระบบไฟฟ้า |
| ระบบเบรกหน้า | ดิสก์คู่ 320 มม. คาลิปเปอร์แบบเรเดียลเมาท์ 6 ลูกสูบ พร้อม C-ABS |
| ระบบเบรกหลัง | ดิสก์เดี่ยว 316 มม. คาลิปเปอร์ 3 ลูกสูบ พร้อม C-ABS |
| ความจุถังน้ำมันเชื้อเพลิง | 21.1 ลิตร |
| ขนาดยางหน้า | 130/70R18 M/C 63H |
| ขนาดยางหลัง | 200/55R16 M/C 77H |
| น้ำหนักตัวรถรวมของเหลว | 390 กิโลกรัม |
| ความสูงเบาะนั่ง | 745 มิลลิเมตร |
ช่วงล่างนวัตกรรม Double Wishbone และระบบอากาศพลศาสตร์
ลืมภาพโช้คอัพแบบตะเกียบหน้า (Telescopic) แบบเดิมๆ ไปได้เลย เพราะ Honda Goldwing ติดตั้งระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ Double Wishbone (ปีกนกคู่) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่มักพบในรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง ข้อดีของระบบนี้คือการแยกการทำงานระหว่างระบบกันสะเทือนและระบบบังคับเลี้ยวออกจากกันอย่างเด็ดขาด ส่งผลให้แฮนด์เบา ไม่สะท้านมือเมื่อตกหลุมหรือเจอถนนขรุขระ และช่วยป้องกันอาการหน้ารถยุบตัว (Dive) เวลาเบรกอย่างรุนแรง ในขณะที่ด้านหลังเป็นระบบ Pro-Link ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับตั้งค่าพรีโหลด (Preload) ตามน้ำหนักบรรทุก (ขับขี่คนเดียว, มีผู้โดยสาร, มีสัมภาระ) ได้ง่ายๆ ผ่านปุ่มควบคุมที่ปลายนิ้ว
ดีไซน์ภายนอกถูกออกแบบใหม่ให้มีความเพรียวบางลงกว่าเจเนอเรชันเก่า แต่มีการจัดการด้านอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ที่ดียิ่งขึ้น แฟริ่งและชิวหน้าแบบปรับระดับด้วยไฟฟ้าสามารถแหวกอากาศและรีดลมออกจากตัวผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบความเงียบสงบและลดความเหนื่อยล้าจากลมปะทะในห้องโดยสาร (Cockpit) แม้จะขับขี่ในความเร็วสูงก็ตาม
เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์และเอนเตอร์เทนเมนต์ระดับรถยนต์พรีเมียม
เรียกได้ว่าเป็นการยกเทคโนโลยีจากรถยนต์ซีดานหรูมาไว้บนมอเตอร์ไซค์สองล้อ บริเวณหน้าปัดเรือนไมล์จะพบกับ หน้าจอแสดงผล TFT แบบสี ขนาด 7 นิ้ว ที่ให้ความสว่างคมชัด สามารถปรับแสงได้อัตโนมัติ ซึ่งหน้าจอนี้ทำหน้าที่แสดงข้อมูลการขับขี่ แผนที่นำทาง (Navigation) และระบบความบันเทิงอย่างเต็มรูปแบบ
- Apple CarPlay และ Android Auto: ในรุ่นล่าสุดนี้รองรับการเชื่อมต่อแบบ ไร้สาย (Wireless) เป็นที่เรียบร้อย ให้คุณดึงหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นมาแสดงผลบนจอรถได้ทันที ตอบโจทย์การดูแผนที่และฟังเพลงสตรีมมิ่งผ่านหมวกกันน็อกบลูทูธได้อย่างสะดวกสบาย
- ระบบเครื่องเสียงพรีเมียม: ลำโพงคุณภาพสูงถูกติดตั้งมาให้รอบคัน ให้มิติเสียงที่ใสและมีพลัง พร้อมระบบปรับระดับเสียงอัตโนมัติตามความเร็วของตัวรถ
- โหมดการขับขี่ (Riding Modes): เลือกโหมดการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ (Tour, Sport, Econ, Rain) ซึ่งระบบสมองกลจะทำการปรับการตอบสนองของคันเร่งไฟฟ้า (Throttle by Wire), ระบบ HSTC (Traction Control), การทำงานของช่วงล่างไฟฟ้า และการเปลี่ยนเกียร์ของ DCT ให้เหมาะสมกับสถานการณ์นั้นๆ โดยอัตโนมัติ
- Cruise Control: ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติที่ทำงานได้อย่างนุ่มนวลและแม่นยำ ลดความเหนื่อยล้าในการบิดคันเร่งเมื่อต้องขับขี่ทางไกลบนถนนไฮเวย์
- ระบบความปลอดภัยสูงสุด: นอกจากระบบเบรก C-ABS (Combined Anti-lock Braking System) ที่ช่วยกระจายแรงเบรกหน้า-หลังได้อย่างสมดุลแล้ว ฮอนด้ายังใส่ ถุงลมนิรภัย (Airbag) นวัตกรรมความปลอดภัยที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกรถมอเตอร์ไซค์มาให้อีกด้วย
ในด้านของพื้นที่เก็บสัมภาระ กล่องหลัง (Top Box) และกล่องข้าง (Panniers) มีความจุรวมกันมหาศาลกว่า 121 ลิตร สามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ (Full-face) ได้ถึง 2 ใบ พร้อมบุกำมะหยี่และไฟส่องสว่างด้านในอย่างหรูหรา ตอบโจทย์การจัดกระเป๋าเสื้อผ้าเดินทางหลายวันได้อย่างไร้กังวล
สรุปราคาจำหน่าย Honda Goldwing 50th Anniversary ในประเทศไทย
สำหรับการฉลองครบรอบสุดยิ่งใหญ่นี้ ทางฮอนด้า บิ๊กไบค์ ประเทศไทย ได้ประกาศราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ New Honda Goldwing 50th Anniversary Edition (รุ่นปี 2025/2026) ซึ่งนำเข้ามาจัดจำหน่ายในจำนวนจำกัด พร้อมอุปกรณ์เฉลิมฉลองแบบ Full Set โดยเปิดราคามาที่:
- ราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการ: 1,395,000 บาท
(หมายเหตุ: ราคานี้เป็นราคาแนะนำ อาจมีการเปลี่ยนแปลงหรือมีโปรโมชั่นแพ็กเกจดอกเบี้ยพิเศษ แนะนำให้สอบถามข้อมูลแคมเปญล่าสุดที่ศูนย์บริการ Honda BigWing สาขาใกล้บ้านท่าน)
บทสรุป: ราชาแกรนด์ทัวร์ริ่งคันนี้เหมาะกับใคร?
หากคุณคือผู้ที่รักการเดินทางไกลเป็นชีวิตจิตใจ มีความฝันที่อยากจะควบมอเตอร์ไซค์ข้ามภาค ข้ามประเทศ หรือท่องเที่ยวไปพร้อมกับคนรู้ใจ ท่ามกลางบรรยากาศที่สบายที่สุด ปลอดภัยที่สุด และเหนือชั้นที่สุด Honda Goldwing 50th Anniversary Edition คือ “คำตอบสุดท้าย” ที่ไม่ต้องไปมองหาตัวเลือกอื่นใดมาเปรียบเทียบอีกแล้ว
รถคันนี้ไม่ใช่แค่มอเตอร์ไซค์ แต่มันคือ “งานศิลปะชิ้นโบแดง” ที่ควบรวมเทคโนโลยีที่ดีที่สุดของฮอนด้าตลอดระยะเวลา 50 ปี เอาไว้ในคันเดียว ทั้งขุมพลัง 6 สูบที่สมูทที่สุด เกียร์ DCT ที่ฉลาดล้ำ และช่วงล่างปีกนกคู่ที่ไว้ใจได้ในทุกโค้ง การยอมจ่ายเงินในระดับล้านกว่าบาท นอกจากจะได้สุดยอดรถทัวร์ริ่งที่ดีที่สุดในโลกแล้ว คุณยังได้ครอบครองประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่าที่มาในรูปแบบรถลิมิเต็ดอิดิชัน ซึ่งแน่นอนว่ามันจะเป็นรถคู่ใจที่มอบความสุข สุนทรียภาพ และความภาคภูมิใจในทุกกิโลเมตรที่คุณขับขี่อย่างแท้จริงครับ
รูปภาพเพิ่มเติม


ขอบคุณภาพจาก
CR: ThaiHonda
ติดต่อโฆษณา >> คลิก




