เรื่องผีไทยแต่งเอง กลิ่นอายของความชื้นผสมกับกลิ่นไม้เก่าลอยแตะจมูกทันทีที่ “นพ” และ “มายด์” ก้าวลงจากรถยนต์ อากาศในต่างจังหวัดช่วงโพล้เพล้ช่างเงียบสงัดจนได้ยินเสียงนกแสกทักทายมาจากดงมะขามหลังบ้าน ตรงหน้าของหนุ่มสาววัยทำงานคือเรือนไทยไม้สักหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางสวนกว้าง มันคือมรดกตกทอดชิ้นเดียวที่นพได้รับจากคุณยายทวดที่เขาไม่เคยเห็นหน้า
“แน่ใจเหรอนพ ว่าเราจะอยู่ที่นี่กันจริงๆ?” มายด์จับแขนแฟนหนุ่มแน่น สายตาของเธอหวาดระแวงมองไปรอบๆ ตัวบ้านที่ทรุดโทรมตามกาลเวลา ใต้ถุนบ้านที่ถูกปล่อยให้รกร้างดูมืดมิดราวกับมีใครบางคนซ่อนตัวอยู่ในนั้น
“เอาน่ามายด์ เราตกลงกันแล้วไง ว่าเราจะมาตั้งหลักที่นี่ ประหยัดค่าเช่าคอนโดไปได้ตั้งเยอะ” นพพยายามพูดปลอบใจ แม้ลึกๆ แล้วเขาก็รู้สึกขนลุกซู่กับบรรยากาศของเรือนไทยหลังนี้ไม่ต่างกัน “อีกอย่าง บรรยากาศเงียบๆ แบบนี้แหละ เหมาะกับการที่ผมจะนั่งปั่นงานเขียนส่งไปที่หน้า home npl-studio.com ของเราไง ได้ฟีลธรรมชาติสุดๆ”
มายด์ถอนหายใจยาว ก่อนจะพยักหน้าอย่างจำยอม ทั้งสองช่วยกันขนสัมภาระขึ้นไปบนเรือน การเริ่มต้นชีวิตใหม่ในบ้านหลังเก่ากำลังจะเริ่มต้นขึ้น โดยที่พวกเขาไม่รู้เลยว่า… พวกเขาไม่ได้อาศัยอยู่ที่นี่เพียงลำพัง
คืนแรกบนเรือนไม้สัก และเสียงที่ไม่ได้รับเชิญ

ค่ำคืนแรกผ่านไปอย่างยากลำบาก อากาศที่ร้อนอบอ้าวและเสียงแมลงกลางคืนที่ดังระงมทำให้มายด์นอนพลิกไปพลิกมา นพหลับสนิทไปแล้วด้วยความเหนื่อยล้าจากการขับรถทางไกล
เวลาล่วงเลยเข้าสู่ช่วงตีสอง…
แกรก… แกรก… แกรก…
เสียงขูดขีดเบาๆ ดังมาจากใต้พื้นกระดานไม้สักตรงตำแหน่งที่มายด์นอนอยู่ เธอสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที หัวใจเต้นแรงดั่งกลองรัว
“นพ… นพ… ตื่นสิ” มายด์เขย่าตัวแฟนหนุ่มเบาๆ แต่นพกลับครางอืออาและหลับต่อ
แกรก… แกรก… แกรก…
เสียงนั้นดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มันชัดเจนขึ้น ราวกับมีเล็บของใครบางคนกำลังตะกุยแผ่นไม้กระดานพยายามจะแทรกตัวขึ้นมา มายด์กลั้นหายใจ เธอค่อยๆ ชะโงกหน้ามองลงไปที่รอยแยกของแผ่นไม้กระดาน สิ่งที่เธอเห็นในความมืดใต้ถุนบ้านคือ… ดวงตาสีขาวขุ่นคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองสวนขึ้นมา!
“กรี๊ดดดดดดด!”
มายด์กรีดร้องสุดเสียง นพสะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้นมายด์! เป็นอะไร!”
“ใต้เตียง! มีคนอยู่ใต้ถุนบ้าน! มันจ้องมองมายด์!” เธอละล่ำละลักบอกพร้อมกับชี้ไปที่พื้นกระดาน
นฟรีบคว้าไฟฉายส่องลงไปตามรอยแยก แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าและหยากไย่ “ไม่มีอะไรนี่มายด์ หนูหรือเปล่า? บ้านเก่าแบบนี้หนูมันเยอะ นอนเถอะนะ ไม่มีอะไรหรอก”
มายด์ได้แต่นอนกอดตัวเอง ร้องไห้สะอื้นจวบจนรุ่งสาง
พฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของ “มายด์”

หลังจากคืนนั้น พฤติกรรมของมายด์ก็เริ่มเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เธอเริ่มเก็บตัวเงียบ ไม่ค่อยพูดจากับนพ เอาแต่นั่งเหม่อมองไปที่ดงมะขามหลังบ้าน บางครั้งนพก็แอบเห็นเธอยืนพึมพำอยู่คนเดียวหน้ากระจกโบราณบานใหญ่ในห้องนอน
“มายด์ ช่วงนี้คุณเป็นอะไรหรือเปล่า? ไม่สบายตรงไหนไหม?” นพถามด้วยความเป็นห่วง ขณะนั่งกินข้าวเย็นที่แทบไม่มีใครตักเข้าปาก
“เขาบอกว่า… เขาเหงา…” มายด์ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ ดวงตาของเธอเหม่อลอย ไม่ได้โฟกัสที่หน้านพเลย
“ใคร? ใครเหงามายด์? คุณคุยกับใคร?”
“คุณทวดไง…” มายด์แสยะยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มที่นพไม่เคยเห็นมาก่อน “ท่านบอกว่า… ท่านรอคนมาอยู่เป็นเพื่อนตั้งนาน… และท่านก็ถูกใจคุณมากนะ นพ…”
นพรู้สึกเย็นวาบไปถึงสันหลัง “มายด์ คุณพูดเรื่องอะไร เลิกเล่นตลกได้แล้วนะ ผมไม่ตลกด้วย”
“ฉันไม่ได้ตลก!” มายด์ตวาดลั่น เสียงของเธอเปลี่ยนไปก้องกังวานและแหบพร่าผิดปกติ “มึงต่างหากที่ต้องระวังตัวเอาไว้! อีพวกบุกรุก!”
มายด์ปัดจานข้าวตกลงพื้นแตกกระจาย ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปในห้องนอนแล้วล็อคประตู นพได้แต่ยืนอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก เขาเริ่มรู้สึกแล้วว่าบ้านหลังนี้มีบางอย่างผิดปกติร้ายแรง
ค้นหาความจริงจากอดีตที่ถูกปิดตาย

รุ่งเช้า นพตัดสินใจขับรถเข้าไปในตัวอำเภอเพื่อสอบถามประวัติของเรือนไทยหลังนี้จากผู้เฒ่าผู้แก่ในพื้นที่ เขาได้พบกับลุงชม มัคทายกวัดเก่าแก่ประจำหมู่บ้าน
“อ้อ… เรือนไม้สักท้ายหมู่บ้านนั่นน่ะรึ” ลุงชมถอนหายใจยาวเมื่อได้ยินคำถาม “เอ็งเป็นเหลนของแม่นายสายหยุดสินะ… รู้ไหมว่าทำไมบ้านหลังนั้นถึงถูกปล่อยทิ้งร้างมาเป็นสิบๆ ปี”
นพส่ายหน้า ลุงชมจึงเล่าประวัติอันดำมืดให้ฟัง
“แม่นายสายหยุดน่ะ หวงบ้านหลังนั้นมาก ก่อนตายแกลั่นวาจาเอาไว้ว่า บ้านนี้เป็นของแก ใครหน้าไหนก็ห้ามมาอยู่ทับที่ แกหวงของแก แกดุมากนะหลานเอ๊ย… เล่ากันว่าคนรับใช้ที่เคยอยู่ดูแลบ้านหลังจากแสตายไป โดนผีแม่นายหลอกจนเสียสติไปหลายคน บางคนเห็นผู้หญิงแก่ๆ นั่งตำหมากอยู่ใต้ถุน บางคนก็โดนบีบคอตอนนอน… เอ็งพาเมียไปอยู่ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ ผีหวงที่น่ะ มันเอาถึงตายนะ”
นพหน้าซีดเผือด เขารีบขับรถกลับบ้านทันทีด้วยความเป็นห่วงมายด์ ในหัวคิดแผนการเอาไว้แล้วว่าคืนนี้เขาจะพามายด์เก็บของและหนีออกจากบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุด
เผชิญหน้ากับความสยองขวัญ

เมื่อนพกลับมาถึงบ้าน ฟ้าก็มืดสนิทแล้ว บ้านทั้งหลังเงียบกริบ ไม่มีแสงไฟเล็ดลอดออกมาเลย นพหยิบไฟฉายและไม้กระบองติดมือขึ้นไปบนเรือน
“มายด์! มายด์! คุณอยู่ไหน เก็บของเร็ว เราจะไปจากที่นี่กัน!” นพตะโกนเรียกหาแฟนสาว แต่ไม่มีเสียงตอบรับ
เขาเดินหาจนทั่วบ้าน จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่หน้าห้องนอน… ประตูห้องแง้มอยู่เล็กน้อย มีกลิ่นเหม็นเน่าคละคลุ้งลอยออกมาราวกับซากสัตว์ที่ตายมาหลายวัน
นพกลั้นใจผลักประตูเข้าไป…
ภาพที่เห็นทำให้เข่าของเขาทรุดลงกับพื้น มายด์ยืนอยู่กลางห้อง เธอสวมชุดไทยโบราณสีหมากสุกที่เก่าขาดรุ่งริ่ง เส้นผมเผ้ายุ่งเหยิง ใบหน้าของเธอ… ไม่ใช่มายด์อีกต่อไป แต่มันซ้อนทับด้วยใบหน้าของหญิงชราที่เหี่ยวย่นน่าเกลียดน่ากลัว ดวงตาสีขาวขุ่นเบิกโพลง มุมปากฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเหงือกสีดำคล้ำ
“จะรีบไปไหนล่ะพ่อหนุ่ม… เพิ่งมาอยู่เป็นเพื่อนยายแท้ๆ…” เสียงแหบพร่าดังก้องกังวานออกมาจากปากของมายด์ แต่เป็นเสียงของผู้หญิงแก่
“แกออกไปจากร่างแฟนฉันเดี๋ยวนี้นะ!” นพตะคอกใส่ แม้จะกลัวจนตัวสั่น
“หึหึหึ… นังนี่มันจิตอ่อน… มันยอมให้กูสิงแต่โดยดี… กูจะเอามันไปอยู่ด้วย… ส่วนมึง… มึงต้องตาย!”
ร่างของมายด์พุ่งเข้าใส่นพด้วยความเร็วที่ผิดมนุษย์ มือที่เย็นเฉียบราวกับน้ำแข็งบีบเข้าที่ลำคอของนพอย่างแรง นพพยายามดิ้นรนต่อสู้ แต่เรี่ยวแรงของหญิงสาวร่างเล็กกลับมหาศาลเกินต้านทาน อากาศในปอดเริ่มหมดลง ดวงตาของนพเริ่มพร่ามัว…
แกรก… แกรก… แกรก…
เสียงขูดกระดานไม้ดังขึ้นอีกครั้ง… แต่คราวนี้มันไม่ได้มาจากใต้ถุนบ้าน… มันดังมาจากในหัวของนพเอง
บทสรุปหักมุมเรื่องผีไทยแต่งเอง: ความจริงที่น่ากลัวกว่าผี
นพสะดุ้งเฮือก! เขาสูดอากาศเข้าปอดอย่างแรงราวกับคนเพิ่งโผล่พ้นน้ำ ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนก
เขาไม่ได้อยู่บนเรือนไม้สัก… เขาไม่ได้กำลังถูกผีบีบคอ…
นพนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ในห้องสีขาวแคบๆ ที่มีลูกกรงเหล็กกั้นอยู่ที่หน้าต่าง ชายหนุ่มสวมชุดสีฟ้าอ่อนของโรงพยาบาลจิตเวช
หมอประจำไข้เดินเข้ามาพร้อมกับสมุดบันทึก “เป็นยังไงบ้างครับคุณนพ วันนี้อาการหลอนดีขึ้นไหม?”
นพมองหมอด้วยสายตาสับสน “ผม… ผมอยู่ที่ไหน? แล้วมายด์ล่ะ? ผีคุณยายทวดสิงร่างมายด์! เราต้องไปช่วยเธอนะหมอ!”
หมอถอนหายใจยาว ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่กรีดลึกลงไปในใจ “คุณนพครับ คุณต้องยอมรับความจริงได้แล้ว คุณไม่ได้มีบ้านไม้สักมรดกอะไรทั้งนั้น… และมายด์… คุณเป็นคนลงมือบีบคอเธอจนเสียชีวิตในอพาร์ตเมนต์ของคุณเองเมื่อเดือนที่แล้ว เพราะคุณเกิดอาการหวาดระแวงจากโรคจิตเภท (Schizophrenia) คิดว่าเธอจะสวมเขาให้คุณ”
นพนิ่งอึ้ง สมองของเขาพยายามประมวลผล ภาพความทรงจำอันโหดร้ายเริ่มไหลทะลักเข้ามา… ภาพที่เขาพลั้งมือบีบคอมายด์จนขาดใจตายคามือ ภาพที่เขาซ่อนศพเธอไว้ใต้เตียง… เสียงเล็บขูดกระดานที่เขาได้ยิน ไม่ใช่เสียงผีคุณยายทวด… แต่มันคือเสียงของมายด์ที่พยายามตะกุยพื้นดิ้นรนเอาชีวิตรอดในวินาทีสุดท้าย…
กลิ่นเหม็นเน่าที่เขาได้กลิ่น… คือกลิ่นศพของมายด์ที่เริ่มเน่าเปื่อยอยู่ใต้เตียงที่เขานอนทับอยู่ทุกคืน
ภาพหลอนเรื่องเรือนไม้สักและผีสาง คือกลไกการป้องกันตัวเองของสมอง (Defense Mechanism) ที่สร้างเรื่องราวขึ้นมาหลอกตัวเอง เพื่อหนีจากความรู้สึกผิดและบาปกรรมที่เขาก่อขึ้น
นพกรีดร้องออกมาสุดเสียง น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม เขาเอามือปิดหูแน่น แต่เสียงของมายด์… เสียงร้องขอชีวิตที่กลายเป็นเสียงแหบพร่าสยดสยอง… ก็ยังคงดังก้องอยู่ในหัวของเขา… และมันคงจะดังไปตลอดกาล
สินค้าแนะนำจาก NPL Studio
คัดมาให้แล้วในรูปแบบการ์ดสไตล์ editorial สำหรับใส่ในบทความ เว็บไซต์ หรือหน้า Landing Page โดยสามารถคลิกไปยังหน้าสินค้าได้ทันที

ฮาโลวีนพลาสติก
ฮาโลวีนพลาสติก นํา แมงมุมโคมไฟฟักทองพรรคซัพพลายผีผีผีผีผีผีบ้านอุปกรณ์ประกอบฉากสยองขวัญ

ฮาโลวีนผีผีหน้ากากผี
ฮาโลวีนผีผีหน้ากากผีผีผีสิงอุปกรณ์ประกอบฉากบ้าน-ตาข่ายทนทานสมจริงสยองขวัญหัวกะโหลกปก

ฮาโลวีนแขวนกะโหลกผี
ฮาโลวีนแขวนกะโหลกผีผีผีผีผีสิงตกแต่งอุปกรณ์ประกอบฉากสยองขวัญปาร์ตี้ฮาโลวีน

ผีโซ่ ผีฮาโลวีน ผีปลอม
ผีโซ่ ผีฮาโลวีน ผีปลอม ผีห้อยหัว ตกแต่งฉากโลวันHalloween รวมผีปลอม ผีหลอกเด็ก ของฮาโลวีน ตกแต่งฮาโลวีน พร้อมส่ง
หมายเหตุ: นิยายเรื่องนี้เป็นเพียงเรื่องที่แต่งขึ้นมาจากจินตนาการเพื่อความบันเทิงเท่านั้น ไม่ได้อ้างอิงจากบุคคล สถานที่ หรือเหตุการณ์จริงแต่อย่างใด โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน



