หน้าแรก Vivo อัปเดตเทคโนโลยี vivo 2025: เจาะลึก X200 Series กล้อง ZEISS และนวัตกรรมแบตเตอรี่ BlueVolt

อัปเดตเทคโนโลยี vivo 2025: เจาะลึก X200 Series กล้อง ZEISS และนวัตกรรมแบตเตอรี่ BlueVolt

272
0
vivo 2025

เจาะลึกนวัตกรรม vivo 2025: ก้าวข้ามขีดจำกัดการถ่ายภาพด้วย AI และนิยามใหม่ของสมาร์ตโฟนเรือธง

ในปี 2025 แบรนด์สมาร์ตโฟนยักษ์ใหญ่อย่าง vivo ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีระดับโลกอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมที่ยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้งานในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการร่วมมือกับพาร์ทเนอร์ระดับโลกอย่าง ZEISS อย่างต่อเนื่อง การพัฒนาชิปประมวลผลภาพ ISP ของตัวเอง ไปจนถึงการเปิดตัวสมาร์ตโฟนเรือธงรุ่นใหม่อย่าง vivo X200 Series ที่กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการมือถือกล้องเทพ บทความนี้จะพาทุกคนไปสำรวจข้อมูลใหม่ล่าสุดและเทคโนโลยีที่น่าสนใจของ vivo ในปีนี้

vivo 2025

1. vivo X200 Series: การปฏิวัติหน้าจอและประสิทธิภาพ

สมาร์ตโฟนซีรีส์เรือธงที่เปิดตัวและสร้างแรงสั่นสะเทือนในปี 2025 คือ vivo X200 Series ซึ่งประกอบด้วย X200, X200 Pro และรุ่นน้องใหม่ที่น่าจับตาอย่าง X200 Pro Mini โดยมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในด้านดีไซน์และสเปกภายใน

  • ชิปเซ็ต Dimensity 9400 (3nm): vivo เป็นแบรนด์แรกๆ ที่เลือกใช้ชิปเซ็ตรุ่นท็อปสุดจาก MediaTek ที่ผลิตบนสถาปัตยกรรม 3 นาโนเมตร รุ่นที่สอง ให้ประสิทธิภาพ CPU แรงขึ้น 28% แต่ประหยัดพลังงานลงถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้า
  • หน้าจอ Quad Curved Display: ในรุ่น Pro ได้มีการนำดีไซน์หน้าจอโค้งมนทั้ง 4 ด้านมาใช้ ซึ่งให้สัมผัสที่พรีเมียมและลดขอบหน้าจอให้บางลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมความสว่างสูงสุดถึง 4,500 nits สู้แสงแดดจ้าได้สบาย
  • มาตรฐานกันน้ำ IP68 และ IP69: vivo ได้ยกระดับความทนทานขึ้นไปอีกขั้น โดยรุ่นใหม่รองรับมาตรฐาน IP69 ที่สามารถทนแรงดันน้ำฉีดแรงสูงและอุณหภูมิสูงได้ ซึ่งเหนือกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไปในตลาด
vivo 2025

2. BlueImage: แบรนด์เทคโนโลยีภาพถ่ายที่พัฒนาเอง

ข้อมูลที่น่าตื่นเต้นที่สุดในปีนี้คือการเปิดตัว BlueImage ซึ่งเป็นแบรนด์เทคโนโลยีการถ่ายภาพที่ vivo ซุ่มพัฒนาขึ้นมาเอง เพื่อทำงานควบคู่ไปกับเลนส์จาก ZEISS เทคโนโลยีนี้ประกอบด้วย:

  • ชิป V3+ Imaging Chip: ชิปประมวลผลภาพรุ่นใหม่ที่ช่วยให้การถ่ายวิดีโอ 4K Cinematic Portrait ทำได้เนียนตามากขึ้น และรองรับการจัดการ Noise ในที่แสงน้อยได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • การแก้ปัญหาการถ่ายภาพย้อนแสง: BlueImage ถูกออกแบบมาเพื่อจัดการกับการถ่ายภาพในสภาวะแสงที่ซับซ้อน เช่น การถ่ายภาพย้อนแสง (Backlight) และการเพิ่มรายละเอียดในเลนส์ Telephoto ที่มักจะมีข้อจำกัดเรื่องรูรับแสง

3. เลนส์ ZEISS และเซนเซอร์กล้อง 200MP

ในรุ่น vivo X200 Pro เราได้เห็นการนำเซนเซอร์ ZEISS APO Telephoto ความละเอียดสูงถึง 200 ล้านพิกเซลมาใช้ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเดียวกับที่เคยอยู่ในรุ่น X100 Ultra โดยมีความสามารถในการซูมแบบ Optical ที่คมชัดและการซูมแบบดิจิทัลได้ไกลถึง 100 เท่า พร้อมการเคลือบเลนส์ ZEISS T Coating* ที่ช่วยลดแสงสะท้อนและ Ghosting ได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ภาพถ่ายมีความใสและสีสันที่เป็นธรรมชาติ (ZEISS Natural Color)

4. นวัตกรรมแบตเตอรี่ BlueVolt และการใช้งานในที่หนาวจัด

ปัญหาแบตเตอรี่เสื่อมหรือดับเองในที่อุณหภูมิต่ำถูกแก้ไขด้วยเทคโนโลยีแบตเตอรี่ BlueVolt (Semi-Solid State Battery) ซึ่ง vivo ได้นำมาใช้ในรุ่นเรือธงปี 2025 แบตเตอรี่รุ่นใหม่นี้มีความหนาแน่นของพลังงานสูงขึ้น ทำให้สามารถใส่ความจุได้มากถึง 5,800 – 6,000 mAh ในตัวเครื่องที่ยังคงความบาง และที่สำคัญคือสามารถใช้งานได้ปกติแม้ในอุณหภูมิต่ำถึง -20 องศาเซลเซียส

5. ระบบปฏิบัติการ OriginOS 5 และ Funtouch OS 15 บน Android 15

vivo ได้อัปเดาระบบซอฟต์แวร์ให้ทันสมัยที่สุด โดยเน้นการนำ AI เข้ามามีส่วนร่วมในการใช้งานในชีวิตประจำวัน:

  • Atomic Island: ฟีเจอร์แสดงผลการแจ้งเตือนรอบบริเวณกล้องหน้าคล้ายเกาะมหัศจรรย์ ช่วยให้ผู้ใช้เข้าถึงข้อมูลแอปที่ทำงานเบื้องหลังได้รวดเร็ว
  • AI Blue Heart Small Model: ระบบ AI ขนาดเล็กในตัวเครื่องที่ช่วยในการสรุปเนื้อหาการประชุม, การแต่งประโยคภาษาอังกฤษ, และการตัดต่อวิดีโออัจฉริยะเพียงแค่สั่งงานด้วยเสียง
  • ความลื่นไหลระดับสูง: ด้วยอัลกอริทึมใหม่ ระบบสามารถเปิดแอปได้เร็วขึ้น 15% และลดการใช้พลังงานของ CPU ลง 26% ทำให้การสลับแอปไปมาไม่เกิดอาการหน่วง

6. การรุกตลาดกลุ่มใหม่ด้วย vivo V60 และ X Fold5

นอกจากซีรีส์ X แล้ว vivo ยังส่งต่อเทคโนโลยีไปยังรุ่นระดับกลางและมือถือพับได้:

  • vivo V60 Series: เน้นดีไซน์บางเบาและกล้องเซลฟี่ 50MP ที่มาพร้อมไฟวงแหวน Aura Light รุ่นใหม่ ช่วยให้การถ่ายพอร์ตเทรตในที่มืดดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น
  • vivo X Fold5: มือถือพับได้ที่เน้นความบางเพียง 217 กรัม (บางกว่าสมาร์ตโฟนทั่วไปบางรุ่น) แต่ยังคงใส่สเปกเรือธงและแบตเตอรี่ขนาดใหญ่มาให้แบบไม่มีกั๊ก

บทสรุป

ก้าวย่างของ vivo ในปี 2025 ไม่ใช่เพียงแค่การอัปเกรดสเปกตัวเลขให้สูงขึ้น แต่เป็นการนำเสนอ “ประสบการณ์ใหม่” ผ่านนวัตกรรมที่จับต้องได้จริง ทั้งเรื่องความอึดของแบตเตอรี่ในทุกสภาพอากาศ ความฉลาดของ AI และการก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านการถ่ายภาพบนสมาร์ตโฟนอย่างเต็มตัว หากคุณกำลังมองหาสมาร์ตโฟนที่ครบเครื่องและมีเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า vivo ในปี 2025 คือคำตอบที่ไม่ควรมองข้าม

หากคุณกำลังมองหา vivo X200 Series สามารถกดสั่งซื้อได้ที่ลิงค์ด้านล่างได้เลย รับรองถูกสุด ๆ เริ่มต้นเพียง 21,xxx .-


หากคุณกำลังมองหาผู้ช่วยในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ไอที รีวิวสินค้าเทคโนโลยี หรือต้องการทำเว็บไซต์เพื่อโปรโมตแบรนด์ของคุณให้โดดเด่น

NPL Studio พร้อมให้บริการคุณด้วยทีมงานมืออาชีพ ไม่ว่าจะเป็น:

  • ติดต่องานทำเว็บไซต์: ออกแบบเว็บให้ทันสมัย รองรับ SEO และใช้งานง่าย
  • ติดต่องานตัดต่อ: สร้างสรรค์วิดีโอรีวิวคุณภาพสูง น่าสนใจ และดึงดูดกลุ่มเป้าหมาย
  • ติดต่องานรีวิว: บริการรีวิวสินค้าแบบเจาะลึก เข้าถึงผู้บริโภคด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง ที่พักหรือสถานที่ท่องเที่ยว

Tel : 091-076-8135 Line ID : @070ryflj Facebook : NPL.StudioFamily

ให้ NPL Studio เป็นพาร์ทเนอร์ที่ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจของคุณสู่ความสำเร็จ สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทันทีครับ!

ขอบคุณเครดิตภาพ
CR: vivo thai